คาถาเจิมรถ เรียกความปลอดภัยให้กับชีวิตคุณ

เจิมรถ

เรื่องของความเชื่อและความปลอดภัยในชีวิตของชาวไทยนั้น เรียกได้ว่าเป็นของที่อยู่ควบคู่กันมาตั้งแต่ครั้งอดีตกาลเลยหล่ะครับ เพราะคนสมัยก็การผีสางและบูชาเทวาดหรือสิ่งเร้นลับต่างๆ เพื่อให้ได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุข ถึงแม้ในปัจจุบันจะมีเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำเข้ามามากมาย แต่ความเชื่อเหล่านี้ยังคงมีอยู่เพราะทำให้ผู้คนรู้สึกอุ่นใจว่ายังมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คอยคุ้มครองอยู่เป็นนิดเสมอๆ ครับ  ซึ่งหนึ่งในพิธีกรรมที่เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจให้กับผู้ที่มีรถขับขี่ นั้นก็คือ “พิธีการเจิมรถ” นั้นเอง  ซึ่งในบทความนี้จะพาทุกๆ ท่านไปศึกษาเกี่ยวกับ “คาถาเจิมรถ เรียกความปลอดภัยให้กับชีวิตคุณ” และการเตรียมตัวเบื้องต้น เพื่อที่จะให้ท่านผู้อ่านได้เข้าใจในพิธีกรรมเหล่านี้ครับ

การเจิมรถคืออะไร?

การเจิมรถ คือ การทำพิธีต้อนรับรถใหม่เพื่อเพิ่มสิริมงคล หรือไหว้ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือแม่ย่านางให้เข้ามาดูแลรักษาทั้งรถยนต์และเจ้าของรถยนต์ 

ของที่ต้องใช้ในพิธีเจิมรถ

สำหรับการเตรียมการในการทำพิธีเจิมรถนั้น อาจจะต้องมีการเตรียมของสักเล็กน้อยเพื่อให้พิธีครบถ้วนสมบูรณ์ ซึ่งของที่ต้องจัดเตรียมนั้นมีดังนี้ 

  • พานพิธี หากไม่มี สามารถใช้ถาดหรือจานที่วางของได้อย่างเพียงพอ
    ●ดอกไม้ 5 คู่ ธูป 5 คู่ เทียน 5 คู่
    ●พวงมาลัยดอกไม้ 1 พวง
    ●น้ำอบและแป้งดินสอพอง
    ●แผ่นทองคำเปลว
    ●ซองปัจจัยสำหรับถวายพระผู้ทำพิธี ตามจิตศรัทธา

โดยในการประกอบพิธีนั้นจะต้องมีการถือฤกษ์งามยามดีเสียก่อน เพราะตามความเชื่อนั้นการที่ประกอบพิธีในเวลาที่เหมาะสมจะช่วยทำให้พิธีราบรื่นและมีความเป็นสิริมงคลต่อผู้ทำพิธี และฤกษ์ที่ดีควรตรงกับเวลาที่พร้อมและทำพิธีด้วยจะเหมาะสมที่สุดครับ

คาถาเจิมรถ

ในพิธีเจิมรถจะมีการบริกรรมคาถาจะใช้คาถาที่เรียกว่า “คาถาพระเจ้า 5 องค์” หรือ “แม่ธาตุใหญ่” ซึ่งเนื้อหาคาถาดังนี้
“อิติ สุคะโต อาระหังพุธโท นโมพุทธายะ ปัตถวีคงคา ภุมมะเทวา ขมามิหัง สุจิโต พุทธัง แคล้วคลาด ธรรมมัง แคล้วคลาด สังฆัง แคล้วคลาด”

วัดยอดนิยมสำหรับการเจิมรถ

นอกจากคาถาและสิ่งของที่ต้องเตรียมสำหรับการเจิมรถแล้ว พระผู้ลงเจิมและสวดคาถาก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้พิธีการสำเร็จ เราจึงขอแนะนำท่านผู้อ่านทุกท่านให้ได้รู้จักกับ “วัดยอดนิยมที่ผู้คนมักจะไปเจิมรถ” ให้ได้เป็นทางเลือกกับทุกคนที่อยู่ในกรุงเทพและปริมณฑล ดังนี้ครับ
● วัดยานนาวา กรุงเทพ
●วัดสายไหม ปทุมธานี
●วัดหลวงพ่อโสธร ฉะเชิงเทรา
●วัดท่าไม้ สมุทรสาคร
●วัดบางหญ้าแพรก สมุทรสาคร
●วัดไผ่ล้อม นครปฐม
●วัดสว่างอารมณ์ นครปฐม
●วัดหูช้าง นนทบุรี

หรือถ้าท่านใดไม่สะดวกที่จะไปเจิมรถที่วัดได้ ก็สามารถเลือกเจิมรถได้ด้วยวิธีการนิมนต์พระจากวัดที่ใกล้บ้านมาทำพิธี หรือแม้แต่การทำพิธีด้วยการสวดมนต์ ท่องคาถาไหว้รถและเจิมรถก็สามารถทำได้ครับ

แล้วหากเป็นรถมือสองจำเป็นต้องเจิมรถไหม?

สำหรับการเจิมรถนั้นถือว่าเป็นการทำพิธีต้อนรับรถใหม่เพื่อความเป็นสิริมงคล ซึ่งรวมไปการซื้อรถมือสองที่ถือว่าเป็นการเปลี่ยนเจ้าของคนใหม่ก็สามารถทำได้เช่นกัน เพราะตามความเชื่อแล้วการเจิมรถ ก็คือการทำพิธีบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้มาสิงสถิตอยู่ในยานพาหนะใหม่ของบุคคลนั้นๆ นั้นเองครับ

 

ทั้งนี้การเจิมรถหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับความเชื่อและความศรัทธาของตัวผู้ขับและเจ้าของ ไม่มีกฏตายตัวว่าจะต้องทำเพียงการทำพิธีกรรมนี้จะช่วยเพิ่มความสบายใจให้กับท่านได้นั้นเอง เราหวังว่าบทความนี้จะเป็นข้อคิดและทางเลือกสำหรับผู้ที่กำลังจะเป็นเจ้าของรถมือใหม่กันนะครับ

Tags:

Ads

You May Also Like

พวงหรีดพัดลม

ให้พวงหรีดอย่างอื่นแทนการให้พวงหรีดดอกไม้ จะได้บุญหรือไม่

การให้พวงหรีดทุกวันนี้ นอกจากการให้พวงหรีดที่เป็นดอกไม้แล้ว จะเห็นว่ามีของใช้หลายอย่าง ที่เอามาดัดแปลงทำเป็นพวงหรีด อย่างเช่นพวงหรีดพัดลมพวงหรีดนาฬิกา พวงหรีดผ้าแพร และของใช้อีกมากมาย เป็นการดัดแปลงให้เข้ากับแต่ละยุคแต่ละสมัย เพราะทุกวันนี้หลายคนให้ความสนใจเกี่ยวกับเรื่องของสิ่งแวดล้อมด้วย การทำกิจกรรมต่างๆ จึงต้องคำนึงถึงผลได้ผลเสียทุกครั้ง สิ่งที่หลายคนยังเคลือบแคลงเกี่ยวกับการให้พวงหรีดก็คือ ถ้าให้พวงหรีดที่เป็นของอย่างอื่น นอกเหนือจากที่เป็นพวงหรีดจากดอกไม้แล้ว ...

ต้นกำเนิดของเครื่องประดับ

ทำความรู้จักกับ ต้นกำเนิดของเครื่องประดับอย่าง กำไล

หากว่ากันด้วยเรื่องของสิ่งของเครื่องใช้ที่จะสามารถช่วยเสริมภูมิฐานของผู้ส่วมใส่ หรือเป็นสิ่งที่สามารถสวมใส่เพื่อความสวยงามนั้น…คงไม่มีใครไม่รู้จักกับเครื่องประดับอย่าง “กำไล” กันอย่างแน่นอนครับ วันนี้ราจะขอพาท่านผู้อ่านทั้งหลายไปพบกับ “ต้นกำเนิดของเครื่องประดับอย่าง กำไล” กันครับ จะเป็นอย่างไรบ้างนั้น เราไปชมกันดีกว่าครับ ต้นกำเนิดของเครื่องประดับ “กำไล” เป็นเครื่องประดับที่มีโครงสร้างแข็งคงรูป โครงสร้างมักทำมาจากโลหะมีค่า ...

คุณเชื่อหรือมั้ยครับ เรื่องลี้ลับนั้นมีอยู่ทั่วทุกมุมโลกเลยหล่ะ บ้างก็อาจจะเคยได้ยินจากคนใกล้ตัว บ้างกอาจจะฟังจากคุณตาคุณยายมาก็ดี หรือบางทีอาจจะหาฟังตามแชลแนลยูทูปก็ได้ วันนี้เราจึงอยากเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่จะพาทุกๆ ท่านไปสำรวจข้อมูลเรื่องราวที่เกี่ยวกับ “5 เรื่องลี้ลับเกี่ยวกับการเดินทางที่ควรรู้” ที่น่าสนใจให้กับทุกๆ ท่านไปลองอ่านเพื่อความเพลิดเพลินกันครับ ●ความเชื่อเรื่องห้ามเดินทางในเวลาก่อนมืด เนื่องจากสมัยก่อนยังไม่มีรถยนต์ การเดินทางส่วนใหญ่จะเป็นการเดินทางด้วยเท้า และในเวลาก่อนมืดเป็นเวลาออกหากินของสัตว์ เช่นเสือเริ่มออกหากิน อาจทำให้เกิดอันตรายได้ จึงควรรอให้มืดก่อน ให้ทุกอย่างเป็นปกติอีกครั้งค่อยออกเดินทาง ถ้าเทียบกับสมัยนี้ก็เหมือนกับช่วงเวลาย่ำค่ำเป็นเวลาที่ทุกคนกลับบ้าน รถเยอะ หากเดินทางตอนที่มืดแล้ว หรือเลี่ยงเวลาย่ำค่ำ รถจะน้อยลงทำให้การเดินทางปลอดภัยมากกว่า ●ห้ามออกเดินทางเวลาเที่ยงตรง คนโบราณเชื่อกันว่าถ้าออกเดินทางเวลาเที่ยงตรง จะทำให้การเดินทางติดขัดไม่ราบรื่น อาจเกิดอุบัติเหตุได้ อาจเป็นเพราะเวลาเที่ยงตรงพระอาทิตย์อยู่ตรงหัวพอดี อากาศร้อน การออกเดินทางในช่วงเวลานี้จะทำให้ร้อน เหนื่อยง่าย คนโบราณจึงแนะนำให้เลื่อนเวลาเป็นก่อนและหลังน่าจะสะดวกสบายมากกว่า ●ไม่ควรเดินทางทั้ง ๆ ที่กระจกร้าว ว่ากันว่าหากรถมีกระจกร้าว ควรเปลี่ยนก่อนเดินทางเพราะเชื่อกันว่า กระจกร้าว แตก จะส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ อาจทำให้มีการทะเลาะ ขัดแย้งกันในรถได้ ซึ่งตามความเป็นจริงแล้ว หากกระจกร้าวหรือกระจกแตก เมื่อขับรถไปอาจส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุได้ ดังนั้นสมควรอย่างยิ่งที่จะเปลี่ยนกระจกบานที่มีปัญหานั้นเสียก่อนออกเดินทาง ●ไม่ควรพกของที่เป็นอัปมงคลในการเดินทาง เช่น นาฬิกาตาย ซึ่งหมายถึง การหมดอายุขัย เชื่อว่าอาจทำให้เสี่ยงต่ออุบัติเหตุได้ ว่าแต่นาฬิกาตายก็ไม่ต้องพกเดินทางด้วยก็ได้ เพราะอย่างไรก็ดูเวลาไม่ได้อยู่แล้วจริงไหม ●ไม่ควรทักสิ่งต่างๆ ที่โผล่มาตอนกลางคืน พวกไสยศาสตร์ คุณผีคุณคนนั้น ถ้าเราทักเข้าเท่ากับเปิดทางให้เขาเข้ามาซึ่งน่ากลัว หรือจะเป็นเกี่ยวกับ ลมเพลมพัด ที่คนมีวิชาล่อยของไปทั่ว หากใครทักจะเกิดการของเข้าตัวซึ่งอาจะเป็นอันตรายได้ ความเชื่อเกี่ยวกับ “การกราบรถ” เชื่อว่าสิ่งมีชีวิตและไม่มีชีวิตล้วนมี “ขวัญ” อยู่ประจำ พาหนะทั้งสัตว์ เกวียน เรือ จึงย่อมต้องมีขวัญประจำอยู่เช่นกัน และการที่มีผู้มาขี่หรือนั่งทับย่อมอาจทำให้ “ขวัญหาย” อันไม่เป็นสิริมงคลต่อสิ่งๆ นั้น และผู้เป็นเจ้าของ เหตุฉะนี้จึงเกิดพิธีกรรมในการ “ขอสมาอภัย” และแสดงความ “ขอบคุณ” แก่สัตว์พาหนะและขวัญที่ประจำอยู่ในพาหนะต่างๆ เป็นประจำทุกปี จึงเป็นที่มาของการ “กราบรถ” นั้นเองครับ แล้วความเชื่อเรื่อง “จิ้งจกทัก” เป็นอย่างไร? คนโบราณเชื่อว่า หากจิ้งจกร้องทัก ห้ามออกจากบ้านเด็ดขาด โดยเฉพาะถ้าเสียงนั้นอยู่ด้านหลังหรือตรงศีรษะ ให้เลื่อนการเดินทางออกไป แต่หากเสียงร้องทักอยู่ด้านหน้าหรือซ้าย ก็สามารถเดินทางได้ จะทำให้การเดินทางเป็นไปอย่างราบรื่นสะดวกสบาย แต่ในมุมมองความจริงแล้ว ในปัจจุบัน จิ้งจกก็ดูเหมือนจะหายากขึ้นทุกที สังเกตได้ว่าเวลาเราอยู่บ้าน เราแทบจะไม่ได้ยินเสียงจิ้งจกร้อง ดังนั้น นานๆ ทีเมื่อเราได้ยินเสียงจิ้งจกร้องเราจึงคิดไปเองว่าเป็นการร้องทัก ร้องเตือนให้เราระวังตัว ดังนั้น การที่จิ้งจกร้องทักจึงเป็นความเชื่อแต่โบราณ เมื่อครั้งยังมีจิ้งจกเกาะติดตามฝาบ้านให้เห็นมากมาย อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าคุณจะเดินทางไปไหน ถึงจิ้งจกจะทักหรือไม่ทัก คุณก็ควรระมัดระวังตัว ไม่อยู่ในความประมาทเสมอๆ นั้นแอง เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับข้อมูลเกี่ยวกับ “5 เรื่องลี้ลับเกี่ยวกับการเดินทางที่ควรรู้” ที่ได้รวบรวมมาให้กับทุกๆ ท่านกันในบทความข้างต้นได้ฟังกันนะครับ หวังว่าจะเป็นประโยชน์ที่น่าสนใจครับ

5 เรื่องลี้ลับเกี่ยวกับการเดินทางที่ควรรู้

คุณเชื่อหรือมั้ยครับ เรื่องลี้ลับนั้นมีอยู่ทั่วทุกมุมโลกเลยหล่ะ บ้างก็อาจจะเคยได้ยินจากคนใกล้ตัว บ้างกอาจจะฟังจากคุณตาคุณยายมาก็ดี หรือบางทีอาจจะหาฟังตามแชลแนลยูทูปก็ได้ วันนี้เราจึงอยากเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่จะพาทุกๆ ท่านไปสำรวจข้อมูลเรื่องราวที่เกี่ยวกับ “5 เรื่องลี้ลับเกี่ยวกับการเดินทางที่ควรรู้” ที่น่าสนใจให้กับทุกๆ ท่านไปลองอ่านเพื่อความเพลิดเพลินกันครับ ความเชื่อเรื่องห้ามเดินทางในเวลาก่อนมืด เนื่องจากสมัยก่อนยังไม่มีรถยนต์ การเดินทางส่วนใหญ่จะเป็นการเดินทางด้วยเท้า ...